วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ภาวะผู้นำ

คือความสามารถในการทำงานผ่านคนอื่นได้ นั่นคือต้องโน้มน้าวเป็น

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

การบรรยายที่ดี

ทำให้ผู้ฟังแจ่มแจ้งเหมือนจูงมือไปดูให้เห็นกับตา
จูงใจให้ผู้ฟังอยากนำไปใช้จริง
เร้าให้กล้า ให้ผู้ฟังอยากนำไปใช้ทันที
ปลุกให้ร่าเริง ให้ผู้ฟังอยากฟังอยากอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

สายอาชีพ IT


วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2557

สูบบุหรี่ผิดศีลข้อไหน

ข้อหนึ่งเพราะเป็นการเบียดเบียนชีวิตตนเอง เห็นผลในชาตินี้คือเจ็บป่วยโรคถุงลมโป่งพอง

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

นักคณิตศาสตร์ประกันภัย

Actuary
ถ้าเป็นระดับสูงสุด (fellow) เงินเดือนล้านกว่าบาท
ต้องคำนวณว่าบริษัทต้องสำรองเงินเท่าไร ต้องขายเบี้ยประกันราคาเท่าไร ต้องมี promotion ตอบโจทย์ความเสี่ยงตามกาลเทศะอะไร
เป็นสาขาในคณะบัญชีจุฬา

วันจันทร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Biggest Internet companies ranking

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การใช้ศัพท์บัญญัติ

ถ้าคำไหนยังไม่บัญญัติให้เขียนทับศัพท์ เช่น big data ใช้ว่า บิ๊กเดต้า
แต่ถ้าบางส่วนของคำบัญญัติแล้ว ให้พยายามใช้ได้ เช่น cybersecurity ใช้ว่า ความมั่นคงไซเบอร์ ไม่ใช่ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพราะ security แปลว่า ความมั่นคง
--ดร ครรชิต มาลัยวงศ์ ราชบัณฑิต สาขาไอที

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ทำไมเรียนกวดวิชาจึงให้ผลดีกว่าในโรงเรียนส่วนใหญ่

เพราะกวดวิชาผูกคุณภาพตัวเองไว้กับความสำเร็จของผู้เรียน เช่น สามารถสอบทำคะแนนได้สูงเท่าไรเพื่อมาทำการตลาด แต่ครูในโรงเรียนผูกความสำเร็จของตนไว้กับหัวหน้าผู้ประเมิน ครูใหญ่ ไม่ใช่ตัวนักเรียน


วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ก้าวแรกของความรวย

ต้องกล้าก้าวออกมาจากวงจรมนุษย์เงินเดือน

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สิ่งงอกที่ประเสริฐที่สุด

พระพุทธเจ้าตรัสว่า บรรดาสิ่งที่งอกขึ้น ความรู้(ที่ใช้ดับกิเลส)ประเสริฐที่สุด

Generations


วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2557

วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557

Spiral marketing

"การแบ่งกลุ่ม หรือ segmentation ถ้าเป็นรูปแบบเดิมๆก็จะแบ่งตามกายภาพที่เห็นโดยคิดว่าความคิดแต่ละคนจะเหมือนๆกับไปตามรายได้ เพศ อายุ และอื่นๆ แต่ว่า แนวคิดที่ผมได้ใหม่ๆจากข้อมูลที่ให้คิดใหม่นี้ก็คือ การที่แบ่งแบบนั้นแท้ที่จริงแล้ว มันก็คือ การแบ่งตามทัศนคติ ดีๆนี่เองไม่ได้หนีไปไหนแต่ว่าเป็นการอธิบายที่ชัดแจ้งตรงประเด็นกว่า การที่เราจะ assume มาว่าคนที่อายุเท่านี้เพศนี้แบบนี้จะต้องมีทัศนคติแบบนั้นแบบนี้ เพราะมันผ่านการสมมุติมาแล้วอีกครั้งซึ่งแน่นอนว่าการสมมุตินี้อาจจะไม่ได้เป็นจริงก็ได้ครับ ประเด็นนี้มีการยกตัวอย่างคนที่ซื้อ brand รถเบนซ์ว่า คนที่จะซื้อของเหล่านั้นก็คือ คนที่ต้องการภาพลักษณ์ของความสำเร็จ หรือ ภาพลักษณ์อื่นๆอันผูกเนื่องกับ brand นั้นๆ เรียกคนเหล่านี้รวมๆได้ว่าเป็นพวก “image concious” หรือคิดถึงภาพลักษณ์(ตน ไม่ใช่คนอื่น) เป็นสำคัญ อย่างนี้ก็จะเห็นได้ว่า หากว่าเรา scope ได้ว่า คนที่จะเป็นลูกค้าหรือว่าจะทำสินค้าอะไรออกไปแล้ว กลุ่มคนแบบไหน ที่มีทัศนคติแบบใด ถึงจะเป็นลูกค้าของเราได้ หรือว่าน่าจะเป็นลูกค้าของเรา หรือในทางกลับกันก็คือถ้าหากว่าเรารู้อยู่แล้วว่าลูกค้าของเรามีทัศนคติแบบใด เราก็ออกแบบ product นั้นๆให้สอดคล้องกับสิ่งที่ทัศนคตินั้นสะท้อนออกมาได้

สำหรับภาวะที่แย่ๆอย่างนี้ก็จะต้องตัดงบประมาณ หรือว่าตัดกิจกรรมอะไรบางอย่างออกไป ที่เป็นต้นทุนหรือ costing สำหรับองค์กร(เล็กหรือใหญ่ก็ตามที) costing ที่ทำได้ง่ายที่สุด ก็จะคิดเหมือนกะคนทั่วๆไปคิดก็คือ “การตัดงบประมาณเพื่อการส่งเสริมการขาย การตัดราคาเพื่อแข่งกันในตลาดแดงเดือด และการตัดคนออกเป็นเสี่ยง ให้เหลือน้อยลงไป” หากว่ามองเป็น Brand แล้วเหมือนทางวิทยากรจะแนะนำว่า อย่ากระทำ (แล้วก็บอกอีกว่ามันเป็นสิ่งแรกๆที่คนปกติจะทำ) แต่สำหรับผมแล้ว ผมไม่ได้มองอย่างงั้นเสียทั้งหมด เพราะ มันเป็นโอกาสที่จะต้องกลับมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนมากกว่าต้นทนเหล่านั้นมันทำให้เกิดประโยชน์ที่มากขึ้นหากว่าลงทุนเท่าเดิมหรือไม่ หรือว่าการที่เราลงทุนไปแล้วมันก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์หากว่าเรายังลงกับมันอยู่ครับ มีการกล่าวอ้างเรื่อง share of voice สำหรับเรื่องงบประมาณโฆษณา ผมก็คิดว่ามันอาจจะเป็นอย่างงั้นก็ได้ก็คือ หากว่าลงทุนเท่าเดิมโดยคนอื่นลง ads น้อยลง แปลว่า เราจะได้ share เพื่อการประกาศให้โลกรู้ที่สัดส่วนมากกว่าเดิม

Spiral Marketing คือการประกาศบอกต่อ ผ่านสื่อออนไลน์เป็นส่วนใหญ่ เช่น blog ,podcast (คุยเอา) , youtube (โชว์ clipเอา) , email (แล้วแต่ว่าจะส่ง link ไปไหน) ,twitter (text เอา) ทั้งหมดนี้เป็นการบอกต่อกันระหว่าง user ใดๆด้วยกัน โดยรวมทั้งหมดเรียกว่า “CGM” ( consumer generated media) เรื่องที่โม้โดย user ทั้งที่ใช้จริงและไม่ได้ใช้จริงครับ เป็นเรื่องของการประกาศให้โลกรู้ผ่านคนอื่น(ที่ใช้งาน)บอกต่อๆกัน สิ่งเหล่านั้นผมว่าจะเกิดขึ้นได้ถ้าหากว่า 
- สินค้ามันดีจริงๆ แน่นอนว่าถ้ามันดีมากจริงๆ คนที่ใช้ก็บอกตัวอยู่แล้ว และมันต้องดีระดับที่ว่ามันสนองเสนอ needคนใช้ได้มากขนาดที่ว่าเค้าอยากจะพิมพ์ email บอกคนอื่นหรือว่าอยากจะเอามาเล่าเป็น blog content ไว้ หรืออยากจะอัด video ทำเป็น clip review เอาไว้ก็ได้เหมือนกัน 
- มันมีเรื่องให้คุยเกี่ยวกับ product นั้นจริงๆ นอกจากที่มันจะดีจริงแล้ว มันก็ต้องมีเรื่องราวที่ เล่าสู่กันฟัง ได้ด้วยเพราะว่าดีแล้วไม่รู้ว่าจะเล่าอะไรยังไงหรือว่าเค้าคิดว่าเล่าไปคนอืน่ก็ไม่เข้าใจก็ไม่รู้จะทำไปทำไมอยู่ดีน่ะคับ 
- สินค้ามันสร้าง ego เพื่อให้บอกได้จริงๆ ผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง(มีคนบอกมาด้วยเหมือนกันครับไม่ได้คิดเองหรอก) ว่า การบอกต่อเพราะต้องการแสดงความมีตัวตนหรือยอมรับจากคนฟังข่าวสาร ต้องการจะบอกว่าเรารู้แล้วเราใช้แล้ว เราอยากจะ “แสดง” ให้เพื่อนคนอื่นเห็นว่ามันดีหรือว่ามันแย่ยังไง เพราะลองคิดดูนะครับถ้าหากว่า คนที่คิดว่า อืม .. ผมไม่อยากมีตัวตนอะไรหรอก ผมไม่มี ego อะไรเลยแม้แต่นิด เราอยากจะบอกอะไรคนอื่นเหรอป่าวเนี่ยะ
จึงเกิดธุรกิจแบบใหม่ๆออกมาครับ ก็คือธุรกิจรับจ้างบอกต่อ ผมเห็นจากพวก blogger ทั้งหลายแหล่ที่พยายามทำตัวเป็น reviewer สินค้าหรือว่า product ประเภทใดๆเพื่อสร้างอิทธิพล (อันเป็นมูลค่า) ให้กับตนเอง 

--http://rackmanager.blogspot.com/2009/02/spiral-marketing-1-1-ksme.html

A marketing campaign often designed (although not necessarily) as a larger game, challenge, or treasure hunt. Begins life focused at a small, tight core group and spirals its way out in a predictable and controllable fashion into the mainstream consciousness. The eventual goal is to create as much user-generated excitement and subsequent media interest as possible, while only spending marketing dollars on the product itself. First coined by Frank O'Connor of Bungie.
Wow, that spiral marketing campaign was innovative and ground-breaking!

--http://www.urbandictionary.com